แพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ : : The Medical Association of Thailand

0

about11-4065997

     ความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติไม่ว่าจะด้านใดก็ตาม จะเป็นไปได้ก็ต้องมีการพัฒนาบุคลากร ความก้าวหน้าในทางการแพทย์ก็เช่นเดียวกัน ในระยะแรกเริ่มมีการเพ่งเล็งถึงการผลิตแพทย์ เพราะแพทย์ที่มีอยู่ยังมีปริมาณไม่เพียงพอ แต่มาในระยะหนึ่งเราเล็งเห็นว่าความรู้ในเรื่องของการแพทย์นั้น ต้องเจาะลึกลงไปทุก ๆ ด้าน จึงจะทำให้สามารถตามทันความเปลี่ยนแปลงของโลกและโรคที่เกิดขึ้นใหม่อยู่เสมอ จะเห็นได้ว่าทาง ซีกโลกตะวันตกไม่ว่ายุโรปหรืออเมริกา จะเรียนลึกซึ้งไปในแต่ละแขนง ไม่ว่าจะด้านปริญญาโทหรือปริญญาเอก จะมีการทำการศึกษาไปในแต่ละเรื่อง หรือด้านการเป็นผู้เชี่ยวชาญก็จะเรียนรู้ลึกลงไปในแต่ละสาชาวิชา ของไทยเราได้มีการเรียนเป็นผู้เชี่ยวชาญเหมือนกัน โดยวิธีการดั้งเดิมคือติดสอยห้อยตามท่านอาจารย์ที่เชี่ยวชาญ แต่ละสาขาวิชาที่ตนเองชอบหรือว่าแพทย์ผู้นั้นปฏิบัติงานในสาขานั้น ๆ มาเป็นเวลานานๆ ก็จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขานั้น ๆ

     ปัจจุบันด้านการแพทย์ของประเทศเราได้มีการสร้างแบบและแผนให้มีหลักมีเกณฑ์ชัดเจนอย่างเป็นรูปธรรมขึ้นมา เช่น การฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทาง เริ่มมีมาประมาณ 30 ปี ตั้งแต่สาขาวิชาต่าง ๆ ยังเป็นสมาคม จนกระทั่งเปลี่ยนสถานะภาพเป็นวิทยาลัยและราชวิทยาลัย ราชวิทยาลัยแรกของประเทศไทยคือราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย ได้รับการสถาปนามานับจนถึงปี พ.ศ. 2544 นี้ ย่างเข้าปีที่ 26 แล้ว ราชวิทยาลัย อายุรแพทย์ ฯ มาเป็นอันดับสอง และราชวิทยาลัยวิสัญญีแพทย์ฯ, ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ ฯ, ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์ฯ, ตามมาเป็นลำดับสาม สี่ และห้า

     ต่อมาก็ติดตามมาด้วยราชวิทยาลัยรังสีแพทย์ฯ, ราชวิทยาลัยจักษุแพทย์, ราชวิทยาลัยโสต ศอ นาสิกฯ, ราชวิทยาลัยพยาธิแพทย์, ราชวิทยาลัยจิตแพทย์ ฯ และตามมาด้วยราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย รวมทั้งหมดเป็นสิบเอ็ดราชวิทยาลัยด้วยกัน

about07-5250097     เมื่ออายุของราชวิทยาลัยมากขึ้น กิจการมากขึ้น จำนวนสมาชิกมากขึ้น เรื่องราวและเอกสารสำคัญเพิ่มมากขึ้น แต่ยังไม่มีที่ทำการอย่างถาวร เนื่องจากว่าเป็นองค์กรอิสระมิได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากรัฐ และเป็นองค์กรที่ไม่สามารถหาผลประโยชน์ (Non profitable organization) ได้ หากแต่มีหน้าที่ในการฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทางในสาขาต่าง ๆ ภายใต้การกำกับของแพทยสภามาเป็นเวลามากกว่า 20 ปีแล้ว และการฝึก อบรมแพทย์เฉพาะทางนี้ไม่ได้อยู่ในแผนพัฒนาของราชการ เป็นกระบวนการอาสาสมัคร ฉะนั้นต้องอิงหรือแอบแฝงกับองค์กรของรัฐ โดยย้ายไปอาศัยตามสถาบันต่าง ๆ ที่ประธานหรือเลขาธิการสังกัดอยู่ ทำให้การประสานงานหรือการติดต่อกับต่างประเทศและภายในประเทศต้องยุ่งยากอยู่เสมอ เพราะการเปลี่ยนสำนักงานบ่อย ๆ และนอกจากนั้นยังมิสามารถรวบรวมเอกสารและสมบัติต่าง ๆ ที่ใช้ในสำนักงานให้คงที่ได้ มักมีการเสียหายและ สูญหายอยู่เสมอ ทำให้หลายฝ่ายเริ่มมีความคิดที่จะหาที่ทำการถาวรของตนเอง